MENUMENU

คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๑๘


คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๑๘ พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์) เป็นนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๙๐ – ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐
แถลงนโยบาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๙๐

คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*

ท่านประธานรัฐสภา

               บัดนี้ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๙๐ แล้ว รัฐบาลจึงขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาดั่งต่อไปนี้

๑. การต่างประเทศ

               รัฐบาลจะอนุวรรตน์ตามกติกาขององค์การสหประชาชาติและร่วมมือในกิจการระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์แก่ศานติภาพถาวร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของโลกส่งเสริมความเข้าใจและความเห็นใจซึ่งกันและกันในบรรดาประเทศสมาชิกแห่ง
สหประชาชาติกับดำรงไว้และส่งเสริมซึ่งสัมพันธไมตรีอันดีที่มีอยู่แล้วกับนานาประเทศโดยยึดมั่นทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน

๒. การทหาร

               รัฐบาลถือว่ากำลังทหารที่มีอยู่นั้นเป็นของประเทศชาติโดยเฉพาะจะได้ปรับปรุงให้ระเบียบการจัดปกครองทหารสอดคล้องกับการปกครองแบบประชาธิปไตยและปรับปรุงกิจการทหารให้เหมาะสมกับฐานะและความเป็นอยู่ของประเทศ ตลอดจนการจัดระเบียบ
ใช้กำลังป้องกันชาติให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

               จะได้จัดการปรับปรุงวิทยฐานะของผู้บังคับบัญชาทหาร ให้มีสมรรถภาพสูงขึ้นบำรุงส่งเสริมให้ทหารนอกจากจะให้มีความรู้สามารถทำหน้าที่ป้องกันประเทศชาติแล้วยังหาทางให้มีความรู้และความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพอีกด้วยนอกจากนี้จะได้บำรุง
ความสุขของทหารและให้ทหารได้อยู่ในระเบียบวินัยโดยเคร่งครัดทั้งจะได้สนับสนุนให้กิจการทหารผ่านศึกดำเนินไปด้วยความเหมาะสม

๓. การคลัง

               รัฐบาลมีนโยบายในอันที่จะจัดทำงบประมาณให้เป็นดุลยภาพอันจะเป็นผลนำไปสู่เสถียรภาพแห่งเงินตรา และจัดวิธีหาเงินมาบูรณะบ้านเมือง ตลอดจนปรับปรุงฐานะของข้าราชการให้เหมาะสม

๔. การเกษตร

               รัฐบาลจะเร่งรัดและฟื้นฟูการเกษตรกรรมเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตให้เพียงพอแก่ความต้องการทั้งสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้มากขึ้นโดยจะได้เร่งรัดการผลิตข้าวเป็นพิเศษพร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกพืชอย่างอื่น ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์ให้มากยิ่งขึ้นด้วย ในการนี้จะได้ส่งเสริมและขยายการบำรุงพันธุ์ข้าวพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์หาวิธีการป้องกันโรคพืชและโรคสัตว์ให้เป็นผลดียิ่งขึ้นเฉพาะโรคระบาดสัตว์จะได้ระดมจัดเจ้าหน้าที่และเวชภัณฑ์ออกไปทำการปราบปรามและป้องกัน โดยเข้มแข็งจะได้ส่งเสริมอาชีพการประมงให้เป็นปึกแผ่น ทั้งจะได้บำรุงรักษาพันธุ์ปลาน้ำจืดและส่งเสริมการเลี้ยงให้มีปริมาณมากขึ้นจะได้เร่งรัดการก่อสร้างชลประทานตามโครงการต่าง ๆ และจะได้เริ่มงานโครงการเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนการชลประทานราษฎร์และชลประทานท้องที่ก็จะได้ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มากยิ่งขึ้นจะได้ดำเนินการป่าไม้และสวนยางให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

               รัฐบาลนี้ถือว่าการสหกรณ์เป็นวิธีการส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จึงจะได้จัดตั้งสหกรณ์รูปต่าง ๆ สำหรับชาวนา ชาวสวน ชาวประมงผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์และผู้ประกอบการกสิกรรมอย่างอื่นให้มากยิ่งขึ้นทั้งจะช่วยเหลือจัดให้บุคคลประเภทดังกล่าวแล้วได้มีเครื่องมือในการประกอบอาชีพของตนตลอดจนช่วยเหลือให้มีเครื่องอุปโภคที่จำเป็น

๕. การสาธารณสุข

               รัฐบาลจะดำเนินการป้องกันโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่ออื่น ๆ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนจะจัดให้มีสถานพยาบาลเพิ่มมากขึ้นจะจัดให้มียารักษาโรคที่จำเป็นให้มีจำหน่ายโดยแพร่หลายตามท้องที่ด้วยราคาย่อมเยา กับจะส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีสมรรถภาพสูงขึ้นทั้งจะเพิ่มจำนวนให้มีพอแก่ความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือราษฎร นอกจากนี้จะได้ดำเนินงานบางประการที่เห็นจำเป็น เพื่อให้การสาธารณสุขก้าวหน้าสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเช่นขยายการสงเคราะห์แม่และเด็กให้กว้างขวางออกไปเร่งจัดการอนามัยให้แก่นักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น จัดให้มีสำนักศึกษาวิชาการสาธารณสุขขึ้นในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จัดให้มีการประกันสุขภาพหรือความป่วยเจ็บแก่บุคคลบางประเภทและจัดให้มีสถานการวิจัยและชันสูตรทางแพทย์แห่งชาติเพื่อความก้าวหน้าในทางแพทยศาสตร์

๖. การอุตสาหกรรม

               รัฐบาลจะจัดทำและส่งเสริมการอุตสาหกรรม เพื่อทำเครื่องอุปโภคบริโภคให้เกิดขึ้นภายในประเทศ และจะได้ปรับปรุงกิจการของโรงงานอุตสาหกรรม ให้ผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมมีปริมาณมากยิ่งขึ้นในด้านโลหกิจจะได้ดำเนินงานในวิชาการแร่ การสำรวจธรณีวิทยา เพื่อสืบค้นหาแหล่งแร่และวัตถุเชื้อเพลิงและส่งเสริมให้มีการผลิตแร่มากยิ่งขึ้น และจะได้ดำเนินการสืบค้นในทางวิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมการอุตสาหกรรมกสิกรรมและพาณิชยกรรมของประเทศ

๗. การคมนาคม

               รัฐบาลจะได้เร่งรัดบูรณะทางคมนาคมที่ได้ชำรุดทรุดโทรมจากผลของการสงครามและจากการสึกหรอตามธรรมชาติให้เข้าสู่สภาพดียิ่งขึ้น เพื่อสนองความต้องการของประเทศส่วนการก่อสร้างทางคมนาคมใหม่ก็จะได้จัดปรับปรุงโครงการที่มีอยู่เดิมให้เหมาะสมเพื่อยังประโยชน์ให้แก่การเศรษฐกิจของประเทศภายหลังสงครามสำหรับการสื่อสารและการขนส่ง รัฐบาลจะได้เร่งรัดและ
จะได้ส่งเสริมให้กิจการก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

๘. การพาณิชย์

               รัฐบาลจะส่งเสริมกิจการพาณิชย์ให้เป็นคุณประโยชน์แก่การเงิน และการเศรษฐกิจของประเทศโดยสนับสนุนและจัดการให้การพาณิชย์ทั้งภายใน และภายนอกประเทศเป็นไปในทางที่จะแก้ความขาดแคลนในเครื่องอุปโภคบริโภคอันจำเป็นแก่การครองชีพและสิ่งของอื่นอันจำเป็นแก่การประกอบอาชีพอิสระให้บรรเทาลงและมีระดับราคาพอสมควร ทั้งจะได้สมานประโยชน์ของ
ผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ผู้ค้า และผู้บริโภคให้เป็นไปด้วยดีส่วนสัมพันธกรณีเรื่องข้าวที่มีอยู่กับต่างประเทศรัฐบาลนี้จะดำเนินการตามข้อตกลงให้ ลุล่วงด้วยดี

๙. การมหาดไทย

               รัฐบาลจะได้

               ๑) ปรับปรุงกำลังพนักงานเจ้าหน้าที่และวิธีการรักษาความสงบเรียบร้อยในท้องที่ให้เหมาะสมมีสมรรถภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งจะได้ดำเนินในทางอบรมศีลธรรม จรรยาแก่ประชาชน

               ๒) ปรับปรุงราชการบริหารส่วนภูมิภาคในลักษณะที่มีการควบคุม การตรวจตราโดยใกล้ชิดและแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบจากราชการบริหารส่วนกลาง เพื่อราชการจะได้ดำเนินไปด้วยความรัดกุมรวดเร็วบังเกิดประสิทธิภาพในกิจการยิ่งขึ้น

               ส่วนการปกครองท้องถิ่นก็จะได้ปรับปรุงแก้ไขรูปการณ์ในลักษณะที่จะให้เกิดเทศบาลตำบลขึ้นได้สมประสงค์ และให้เทศบาลทั้งหลายดำรงฐานะอยู่ได้ด้วยความมั่นคงสามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสุขเจริญแก่ประชาชนและท้องที่ได้จริงจัง

               ๓) เร่งจัดการเรื่องส่งเสริมการเศรษฐกิจท้องที่ให้บังเกิดผลตามลำดับอีกทั้งจะได้ร่วมมือส่งเสริมสนับสนุนให้ราษฎรได้มีการประกอบอุตสาหกรรมภายในครอบครัวรวมทั้งการทำสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ให้เป็นล่ำเป็นสันยิ่งขึ้น

               ๔) ขยายกิจการสงเคราะห์ประชาชนในด้านการประกอบกสิกรรมและบุคคลผู้ไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เช่นโดยการจัดการตั้งนิคมกสิกร และสถานสงเคราะห์คนชราสถานสงเคราะห์เด็กอนาถาเพิ่มขึ้นตามกำลังเป็นลำดับส่วนบุคคล
ประเภทกรรมกรก็จะได้พิจารณาตั้งองค์การเฉพาะขึ้นเพื่อให้ความดูแลสงเคราะห์เป็นส่วนหนึ่งต่อไป

               ๕) จัดการสาธารณูปโภคอันเป็นเครื่องยังความสะดวกเจริญแก่ท้องถิ่น เช่น การไฟฟ้า ประปาก็จะได้จัดการบูรณะและสร้างสรรเพื่อเพิ่มเติมตามลำดับและจะปรับปรุงส่งเสริมการจัดระเบียบผังเมืองตลอดจนการสร้างอาคารที่อยู่ของประชาชนให้เป็นไป
ถูกต้องด้วยสุขลักษณะเหมาะสมตามสภาพท้องที่และโดยประหยัด

               อนึ่งจะได้จัดการในเรื่องอาคารสงเคราะห์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบอาชีพประจำอยู่ในชุมชนใหญ่ ๆ ซึ่งขาดแคลนที่อยู่อาศัยโดยควรแก่สภาพการณ์

               ๖) ส่งเสริมสนับสนุนให้ราษฎรได้มีกรรมสิทธิ์ในทีดินสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบการเลี้ยงชีพเป็นหลักฐาน และช่วยเหลือในเรื่องการขอจับจองและออกหนังสือสำคัญให้รวดเร็วขึ้น

๑๐. การศาล

               รัฐบาลจะรักษาและส่งเสริมฐานะของผู้พิพากษาตามควรแก่อิสระที่มีในการพิจารณาพิพากษาอถรรคดีและจะสอดส่องให้กระบวนพิจารณาในศาลดำเนินไปโดยรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของประชาชนเฉพาะอย่างยิ่งจะได้พิจารณาเพิ่มจำนวนผู้พิพากษาให้เป็นการเหมาะสมยิ่งขึ้น

๑๑. การศึกษา

               รัฐบาลจะจัดการฝึกหัดครูให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพจะส่งเสริมอุดหนุนโรงเรียนราษฎร์ให้มีฐานะและมีคุณภาพดีขึ้น และเพิ่มสถานที่เล่าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลขึ้นอีกและจะจัดการศึกษาให้เปล่าในโรงเรียนรัฐบาลโดยวิธีคัดเลือกนักเรียนที่เรียนดีเข้าเรียน จะส่งเสริมและกวดขันโรงเรียนประชาบาลและเทศบาลให้มีคุณภาพดีขึ้น เพิ่มพื้นความรู้ภาคบังคับให้ต้องศึกษาให้สูงขึ้นทั้งนี้จะขยายเป็นระยะ ๆ และเป็นท้องที่ ๆ ไปจะปรับปรุงอาชีวศึกษาโดยวางโครงการอาชีวศึกษาให้เหมาะแก่ท้องถิ่นและจัดให้มีอาชีวศึกษาภาคบังคับขึ้นทั้งจะจัดอาชีวศึกษาแทรกในหลักสูตรสามัญศึกษาตามสมควร และจัดอาชีวศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ขึ้นอีกด้วยทั้งนี้หวังว่ารัฐสภาจะพิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๖๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยดีต่อไปและในการนี้ถ้าหากท่านสมาชิกมีข้อข้องใจต่าง ๆ ประการใดรัฐบาลก็พร้อมที่จะตอบชี้แจงให้ทราบโดยละเอียด

*รายงานการประชุมรัฐสภา ครั้งที่ ๘ วันพฤหัสบดีที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๐ หน้า ๓๔๒ – ๓๔๗