MENUMENU

คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๑๕


คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๑๕ นายปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๔๘๙ – ๑ มิถุนายน ๒๔๘๙
แถลงนโยบาย เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๔๘๙

คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้งหลาย

               เพื่อสนองตามความต้องการของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนมากที่จะให้ข้าพเจ้ารับใช้ประเทศชาติในยามคับขัน ข้าพเจ้าก็จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามความประสงค์ของท่าน

บัดนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศลงวันที่ ๒๔ มีนาคมพุทธศักราช ๒๔๘๙ ดั่งที่ท่านทราบแล้วจะจัดการให้ทหารได้รับการเลี้ยงดูดีขึ้นโดยเร็วและจะให้ทหารเป็นกำลังหนุนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในการปราบปรามโจรผู้ร้ายเพื่อความสงบสุขของประชาชนรัฐบาลจึงขอแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรดั่งต่อไปนี้

              ๑. เป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปว่า ขณะนี้ประเทศไทยก็คล้ายกับประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศที่ต้องตกอยู่ในภาวะอันยากแค้น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากมหาสงครามฉะนั้นไม่ว่ารัฐบาลใดที่จะเข้ามาบริหารย่อมจะต้องเผชิญกับปัญหามากมายหลายประการรัฐบาลนี้มิได้มองข้ามความยากลำบากที่จะต้องประสบแต่ก็จะพยายามฝ่าฟันอุปสรรคให้ได้ผลดีแก่ประเทศชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

             ๒. เป็นความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีตลอดทั้งความเข้าใจอันดีให้สนิทสนมกับสหประชาชาติและร่วมมือตามอุดมคติซึ่งสหประชาชาติได้วางไว้และดำเนินการเจรจากับสหประชาชาติและนานาประเทศอื่นเพื่อปลดเปลื้องและผ่อนผันภาระให้หมดหรือลดน้อยลงไปในการนี้จึงจำเป็นที่คนไทยทั้งหลายจะต้องมีความสามัคคีกลมเกลียวและแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพและความมั่นคงภายในประเทศอันจะเป็นรากฐานที่แสดงได้ให้นานาประเทศเห็นถึงความเป็นปึกแผ่นและกำลังจิตใจของประชาชนคนไทย

              ๓.ขณะนี้การครองชีพและความสงบเรียบร้อยภายในเป็นปัญหาอันใหญ่สำหรับประชาชนภายในทั่วทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะได้เอาใจใส่เป็นพิเศษในการนี้จะต้องอาศัยความสมานและประสานนโยบายภายในต่าง ๆ ดั่งจะได้กล่าวในข้อต่อๆ ไป

               ๔. การทหาร รัฐบาลนี้ถือว่ากำลังทหารที่มีอยู่นั้นเป็นของประเทศชาติโดยเฉพาะและจะได้ปรับปรุงการจัดการปกครองทางทหารให้สอดคล้องกับการปกครองแบบประชาธิปไตยตามที่เหมาะสมกับประเทศของเรา

              ๕. การคลัง

                    (๑) จะพยายามหาทางเจรจาขอให้สหประชาชาติถอนการยึดเงินของประเทศไทยซึ่งจะเป็นทางให้ประเทศไทยได้นำเงินมาซื้อของที่จำเป็นให้พลเมือง

                   (๒) จะพยายามให้ได้เปิดการปริวรรตเงินกับต่างประเทศโดยเร็วที่สุดเพื่อให้การค้ากับต่างประเทศดำเนินไปได้

                   (๓) จะเริ่มการปรับปรุงรายได้รายจ่ายให้เหมาะสมแก่กาละ และเป็นธรรมแก่สังคม

                   (๔) จะดำเนินการไปสู่รากฐานในอันที่จะธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพของเงินตราไทย

อนึ่ง รัฐบาลได้คำนึงเห็นว่า กิจการของประเทศจะดำเนินไปโดยเรียบร้อยได้ก็ด้วยอาศัยข้าราชการเป็นตัวจักรสำคัญ และโดยเหตุที่ข้าราชการในปัจจุบันนี้ตกอยู่ในฐานะลำบาก รัฐบาลจึงเห็นสมควรที่จะช่วยเหลือให้ข้าราชการทุกฝ่ายมีการครองชีพอันสมควรแก่อัตตภาพ

               ๖. การเกษตร รัฐบาลจะให้ความสนใจพิเศษ อาทิเช่นจะเพาะและส่งเสริมการสหกรณ์และให้มีกสิกรรมชั้นกลางให้มากที่สุดที่จะมากได้ จะเร่งบำรุงและส่งเสริมพืช ๔ ชนิดเป็นการใหญ่คือ ข้าว ถั่วเหลืองฝ้ายและยาสูบการเผยแพร่พันธุ์ข้าวที่รัฐบาลได้บำรุงคัดเลือกแล้วให้มีปริมาณแพร่หลายยิ่งขึ้นจะบำรุงสัตว์พันธุ์พื้นเมืองให้ได้พันธุ์ที่ดีแทนที่จะมุ่งนำพันธุ์สัตว์จากต่างประเทศมาสืบพันธุ์แต่ทางเดียวจะให้บรรดาสหกรณ์ชาวนาเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทข้าวไทยจำกัดจะได้ดำเนินการก่อสร้างการชลประทานที่ได้วางไว้ให้สำเร็จรูปและจะได้สำรวจดูด้วยว่านอกจากในภาคกลางแล้วจะมีทางทำการชลประทานเพื่อช่วยเหลือการกสิกรรมในภาคนั้น ๆได้เพียงใดหรือไม่นโยบายดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้บางอย่างเป็นนโยบายที่จะต้องกระทำในระยะเวลานานซึ่งรัฐบาลนี้แถลงให้ทราบเพื่อเป็นอุดมคติอันมุ่งไปสู่เท่านั้นแต่เพียงในระยะเวลาอันสั้นนี้จะพยายามรีบเร่งกระทำดังนี้

                   (๑) จะดำเนินการห้ามการฆ่ากระบือ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของชาวนา

                   (๒)จะรีบเร่งหาพันธุ์ข้าวปลูกให้ราษฎรชาวนาที่ขัดสนได้ยืมไปทำพันธุ์ในฤดูการทำนาที่จะถึงนี้ อันเป็นการสอดคล้องกับโครงการที่รัฐบาลชุดก่อน ๆได้วางไว้สืบเนื่องกันมา

                   (๓) จะระดมสัตวแพทย์ให้มาป้องกันและปราบปรามโรคระบาดสัตว์ซึ่งเวลานี้กระบือในจังหวัดภาคกลางและภาคที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำได้ประสพภัยนี้อยู่

                   (๔) จะเริ่มวางวิธีการให้สหกรณ์ชาวนาเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทข้าวไทยจำกัด

              ๗. การคมนาคม รัฐบาลจะส่งเสริมการบำรุงและบูรณะให้ได้มากที่สุดเท่าที่กำลังเงินจะทำได้ โดยจะจัดการให้ได้สิ่งของที่จำเป็นสำหรับการนี้มาจากต่างประเทศโดยเร็วที่สุด

              ๘. การพาณิชย์และอุตสาหกรรม ในระยะเวลาอันสั้นนี้ รัฐบาลจะได้พยายามแก้ปัญหาเรื่องราคาเครื่องอุปโภคและบริโภคสูง ซึ่งเป็นการเดือดร้อนแก่ราษฎรอยู่ในเวลานี้โดยด่วน ทั้งนี้จะได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในเรื่องเร่งรัดปราบปรามโจรผู้ร้ายเพื่อให้การขนส่งปลอดภัยแก่พ่อค้าและสินค้าและร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม เพื่อให้การขนส่งสะดวกและประหยัดขึ้นนอก
จากนั้นรัฐบาลจะได้รับเจรจาขอซื้อสินค้าอันจำเป็นเพื่อส่งเสริมให้เครื่องอุปโภคมีราคาย่อมเยาว์ลง

ในทางอุตสาหกรรมรัฐบาลจะได้ปรับปรุงกิจการภายในโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นของรัฐบาลให้มีสมรรถภาพในการผลิตยิ่งขึ้นและจะได้ส่งเสริมการอุตสาหกรรมของสหกรณ์และของเอกชนให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น

              ๙. การมหาดไทยเพื่อให้บังเกิดความสงบเรียบร้อยภายในและความปลอดภัยของประชาชนซึ่งเป็นที่ปรารถนาอยู่โดยทั่วกันนั้นโดยเร็ว จะได้เร่งจัดการให้เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายปราบปรามได้ประสานงานกันโดยใกล้ชิด และส่งเสริมให้มีสมรรถภาพยิ่งขึ้น และถ้าจำเป็นก็จะได้ร่วมมือกับฝ่ายทหารเพื่อให้เป็นกำลังหนุนในการปราบปรามนี้ด้วย

โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม ซึ่งไม่ปลอดภัยในการขนส่งจะได้ดำเนินการป้องกันเพื่อให้การขนส่งมีความสะดวกและปลอดภัยเป็นพิเศษ

              ๑๐ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ของประชาชนในด้านโรคภัยรัฐบาลจะได้พยายามเร่งรัดจัดการปราบปรามและป้องกันโรคระบาด ซึ่งกำลังเกิดแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ให้บันเทาเบาบางลงโดยเร็วและจะได้ดำเนินการเพิ่มพูนปริมาณยารักษาโรคชนิดที่จำเป็นโดยการคิดทำขึ้นหรือหาซื้อจากทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อสำหรับใช้และจำหน่ายให้เป็น
ความสะดวกแก่ประชาชนที่จะซื้อหาและได้ราคาย่อมเยาว์ลงกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้

อนึ่ง ในเรื่องสถานพยาบาลและปริมาณจำนวนนายแพทย์ซึ่งขณะนี้ยังมีไม่พอแก่การดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว และรัฐบาลชุดก่อน ๆ ก็ได้ดำริในอันที่จะจัดการให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนพอควรแก่การนั้นรัฐบาลนี้ก็จะได้ดำเนินการสืบเนื่องต่อไปเพื่อให้บังเกิดผลสมปรารถนาในอนาคต

               ๑๑. การศึกษา รัฐบาลนี้ยินดียอมรับการเข้าร่วมมือของเอกชนในการจัดตั้งโรงเรียนและการจัดทำตำราเรียนและในระยะเวลาอันใกล้กับการเปิดสมัยการศึกษานี้รัฐบาลจะเอาใจใส่เป็นพิเศษในเรื่องสถานที่เล่าเรียนและตำราที่ใช้ในการเรียน รัฐบาลจะจัดการตามความสามารถให้นักเรียนมีที่เรียนและมีตำราเรียนให้ทั่วถึง

               ๑๒. การศาล รัฐบาลจะรักษาฐานะของผู้พิพากษาตามควรแก่อิสสระที่มีในการพิจารณาคดีและจะได้สอดส่องให้กระบวนพิจารณาในศาลได้ดำเนินไปโดยเร็วตามควร

               ในที่สุดนี้หวังว่าสภาผู้แทนราษฎรคงจะได้รับฟังนโยบายของรัฐบาลนี้ด้วยดีและพิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๕๐ แห่งรัฐธรรมนูญ

*รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๑๖/๒๔๘๙ (สามัญ) สมัยที่ ๒ ชุดที่ ๔ วันจันทร์ที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ หน้า ๗๖๗ – ๗๗๑