MENUMENU

คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๘


คณะรัฐมนตรี คณะที่ ๘ นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) เป็นนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๔๘๐ – ๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑
แถลงนโยบาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๔๘๐

คำแถลงนโยบายของรัฐบาล*
รัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะดำเนินการก้าวหน้าต่อไปตามหลัก ๖ ประการในการประดิษฐานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม คือ หลักเอกราช ๑ หลักความสงบภายใน ๑ หลักเศรษฐกิจ ๑หลักสิทธิเสมอภาค ๑ หลักเสรีภาพ ๑ และหลักการศึกษา ๑

               หลักสิทธิเสมอภาค และหลักเสรีภาพนั้น ได้รับผลสำเร็จแล้วตามความในรัฐธรรมนูญ

หลักเอกราช

               หลักเอกราชได้วางไว้ ๓ ประการ คือ ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และทางการศาล

               ในการเมือง รัฐบาลจะได้ดำเนินการแก้ไขสัญญาเพื่อปลดเปลื้องข้อผูกมัดจำกัดเสรีภาพให้เสร็จสิ้นไปและจะผดุงฐานะของสยามให้เป็นที่นิยมนับถือในนานาประเทศทั้งนี้โดยการส่งเสริมทางพระราชไมตรีให้ดีไว้กับนานาประเทศ

               ในราชการทหาร รัฐบาลจะได้บำรุงกำลังกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศให้มีความมั่นคงเข้มแข็งเหมาะแก่ฐานะที่มีหน้าที่ป้องกันราชอาณาจักร

               ในทางเศรษฐกิจ จะได้กล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจ ในที่นี้จะได้กล่าวเฉพาะการคลังซึ่งรัฐบาลถือนโยบายงบประมาณดุลยภาพ และคงรักษาค่าแห่งเงินตราตามพระราชบัญญัติที่ใช้อยู่ในเวลานี้ส่วนภาษีอากรที่สำคัญนั้นจะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงในปี พ.ศ. ๒๔๘๑

               ในทางศาลยุติธรรมรัฐบาลจะได้รักษาฐานะของผู้พิพากษาตามสมควรแก่อิสระที่ย่อมมีในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปตามกฎหมายและจะได้สอดส่องส่งเสริมให้ศาลได้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาและบังคับคดีไปโดยเร็วตามสมควร เพื่อมิให้ราษฎรต้องเสียเวลาเกินกว่าจำเป็น

หลักความสงบภายใน

๑. การรักษาความสงบภายใน

               ในเรื่องโจรผู้ร้ายจะจัดการป้องกันและปราบปรามโดยกวดขัน ทั้งนี้ ประสงค์จะให้หนักไปในทางป้องกัน โดยจะได้ปรับปรุงหน้าที่การปราบปรามให้เหมาะสมแล้วให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้มีโอกาสในการทำนุบำรุงท้องถิ่นให้เจริญ อบรมสั่งสอนพลเมืองให้มีศีลธรรมอันดีอำนวยความสะดวกและความปกติสุข ตลอดจนส่งเสริมสวัสดิภาพและการอาชีพของราษฎรให้ได้ผลแท้จริงยิ่งขึ้น

               ส่วนในการปราบปรามนั้น จะได้ปรับปรุงสมรรถภาพของเจ้าหน้าที่ให้เข้มแข็งประสานงานระหว่างตำรวจส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคให้ร่วมมือกันด้วยดีเพิ่มกำลังปราบปรามทั้งในปริมาณและคุณภาพให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่นใช้ตำรวจสมัครที่ผ่านโรงเรียนตำรวจ ซึ่งจะได้จัดตั้งขึ้นในภาคต่าง ๆ เข้าประสม

๒. การปกครองลักษณะเทศบาล

รัฐบาลนี้จะส่งเสริมและดำเนินการให้วิธีการปกครองลักษณะเทศบาลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดย

          ก.  ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการเทศบาลให้เหมาะสมและประสานกับการปกครอง
ส่วนภูมิภาค

          ข.  ขยายการจัดตั้งเทศบาลออกไปตามท้องถิ่นต่าง ๆ โดยลำดับ

          ค.   ช่วยเหลือเทศบาลในการสาธารณูปโภค โดยจัดให้มีเงินก้อนสำหรับกู้ยืมและมีเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินกิจการ ตลอดจนบำรุงรักษาให้ถาวร

๓. การราชทัณฑ์

               จะได้ส่งเสริมกิจการตามที่รัฐบาลชุดก่อนได้แถลงนโยบายและปฏิบัติไปแล้วนั้นให้เป็นผลบริบูรณ์ยิ่งขึ้นคือ การอบรมในทางธรรมจรรยาแก่ผู้ต้องขัง การจัดตั้งนิคมฝึกอาชีพเพื่อกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายกับการจัดโรงเรียนฝึกอาชีพเพื่อฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก นอกจากนี้จะได้ดำเนินการต่อไปอีก ดังนี้

               ก.    แบ่งแยกประเภทของเรือนจำ และจัดตั้งเรือนจำพิเศษขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติต่อนักโทษบางประเภทได้เข้าสู่มาตราฐานอันควร

               ข.    ปรับปรุงสมรรถภาพของเจ้าพนักงานเรือนจำให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

               ค.    จัดให้มีการสงเคราะห์ผู้ที่พ้นโทษไปแล้ว เพื่อป้องกันการประทุษกรรมขึ้นอีก

๔. การสาธารณสุข

               ก.   การบำบัดโรค จะได้จัดให้มีสถานพยาบาลขึ้นตามภูมิภาคและท้องถิ่นต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการบำบัดโรคยิ่งขึ้น ทั้งจะได้ขยายให้มีผู้ช่วยแพทย์ตามตำบลต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาล

               ข.   การสงเคราะห์มารดาและเด็ก จะจัดให้มีนางสงเคราะห์ประจำตามสุขศาลาในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อทำการสงเคราะห์มารดาและเด็ก กับจัดให้มีการอบรมสั่งสอนผู้ประกอบโรคศิลป์ในสาขาการผดุงครรภ์ตามชนบทต่าง ๆ

               ค.   การควบคุมโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ จะได้ขยายงานควบคุมไข้จับสั่น โรคเรื้อน โรคจิตคุดทะราด วัณโรค และโรคติดต่อซึ่งเกิดแก่ลำไส้ เช่น ไข้รากสาดน้อย อหิวาตกโรค และโรคบิด

               ง.   การสาธารณสุขทั่วไป จะจัดการให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการสาธารณสุขในชนบท นอกจากนี้จะช่วยส่งเสริมการสาธารณสุขในเขตเทศบาลให้ดำเนินไปด้วยดี

๕. ทางการ

               รัฐบาลจะได้เร่งรัดจัดสร้างทางตามโครงการสร้างทางทั่วราชอาณาจักรของรัฐบาลชุดก่อนโดยมีทุนสำรองสร้างทาง

               รัฐบาลจะได้สนับสนุนให้มีทางท้องถิ่น เพื่อเชื่อท้องที่ภายในจังหวัดหนึ่ง ๆ

               นอกจากนี้จะได้วางระเบียบการสร้างที่ชุมนุมชน เมือง และนคร โดยออกกฎหมายว่าด้วยผังเมืองและจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือในการนี้กับจะช่วยเหลือเทศบาลหรือที่ชุมนุมชนได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการก่อสร้างอาคารอีกด้วย

หลักเศรษฐกิจ

               ในหลักเศรษฐกิจของชาติ รัฐบาลมีโครงการที่จะส่งเสริมอาชีพของพลเมืองให้หนักไปในทางกสิกรรมพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม ตามลำดับความสำคัญเพื่อก่อให้เกิดกำลังทรัพย์อันจะเป็นทางนำมาซึ่งความสมบูรณ์พูนสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ

               โครงการใดที่จะจัดทำขึ้นจะอยู่ในกำหนดดังต่อไปนี้

               ๑. จักเคารพต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และเสรีภาพในการประกอบอาชีพของบุคคลภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดกฎหมาย

               ๒. จักเคารพต่อสัญญาทางพระราชไมตรีระหว่างประเทศ

               ๓. จักคำนึงถึงความจำเป็นของประเทศตามภาวะที่เป็นอยู่ และจะถือเอาประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นใหญ่

               ๔. กิจการบางอย่างที่เป็นสาธารณูปโภค รัฐบาลอาจเข้าควบคุมตลอดจนร่วมทุนร่วมงานกับบริษัทหรือเอกชนเป็นรูปบริษัทสาธารณะ บางอย่างสมควรจะจัดทำเองก็จะจัดทำ

               ๕. กิจการที่ไม่เป็นสาธารณูปโภค จะปล่อยให้พลเมืองทำกันเอง นอกจากสิ่งใดเป็นของสำคัญสำหรับชาติ รัฐบาลจะเป็นผู้นำทำหรือสนับสนุนหรือเข้าร่วมมือด้วย เมื่อเห็นว่าควรจะปล่อยได้ก็จะได้ปล่อยให้บริษัทหรือเอกชนดำเนินการต่อไป

               ในการเกษตรนั้น รัฐบาลเพ่งเล็งถึงการบำรุงส่งเสริมสินค้ากสิกรรมที่ได้ทดลองจัดทำแล้วให้มีคุณภาพและปริมาณเป็นสินค้าสำคัญขึ้น โดยมุ่งประสงค์จะชักชวนและอบรมพลเมืองให้เห็นคุณค่าของการเพาะปลูกพืชที่เป็นประโยชน์ และเตรียมการที่จะขยายงานเพื่อฟื้นฟูอาชีพของราษฎรให้กว้างขวางต่อไป

กิจการที่จะกระทำ
การเกษตร

               ๑. จะจัดการสำรวจดินในท้องที่ต่าง ๆ ว่าเหมาะแก่การปลูกพืชชนิดใดบ้าง เมื่อได้ทำการทดลองปลูกพืชที่เห็นว่าเหมาะแก่พื้นที่นั้น ๆ และเห็นลู่ทางที่จะบังเกิดผลสมประสงค์ก็จะได้แนะนำชักจูงราษฎรบำรุงพื้นดินเพื่อให้การเพาะปลูกพืชนั้น ๆ ได้ผลเท่าที่ควรจะได้

               ๒. จะขยายสถานีทดลองการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ให้แพร่หลายออกไป

               ๓. จะจัดทำและบำรุงหนอง บึง ที่ได้สำรวจแล้ว ให้เป็นที่เพาะและขยายพันธุ์ปลาและจะบำรุงส่งเสริมการประมงทางทะเล เพื่อให้กิจการเป็นสมรรถภาพยิ่งขึ้น

               ๔. จักทำงานก่อสร้างทางชลประทานที่ค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ และจัดวางโครงการชลประทานต่อไปตามกำลังทรัพย์และความจำเป็น และประสานการขนส่งของประเทศ เพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกและการค้าให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น

               ๕. จัดวางระเบียบการจับจองที่ดิน ที่ได้รับการบำรุงจากทางราชการแล้วให้เป็นไปเพื่อการเพาะปลูก และเหมาะสมแก่อัตตภาพของบุคคล

               ๖. ส่งเสริมและอบรมคนไทยให้เกิดความรู้ ความชำนาญ และความนิยมในการอุตสาหกรรมเหมืองแร่

               ๗. ปรับปรุงวิธีการบำรุงและรักษาป่าไม้ในทางปริมาณและคุณภาพตามหลักวิธีการป่าไม้

               ๘. ขยายสหกรณ์กู้ยืม และจัดตั้งสหกรณ์รูปอื่นขึ้น สุดแต่ความจำเป็นก่อนหลังตามกำลังทรัพย์และสมรรถภาพขององค์การนั้น ๆ

               ๙. จัดตั้งเครดิตสถานกลาง เพื่อเป็นแหล่งจัดหาทุนสำหรับการสหกรณ์

    เศรษฐกิจ

               ๑. ก่อให้เกิดกำลังทรัพย์ กำลังเงิน โดยขยายการเพาะปลูกและการทำเหมืองแร่ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น

               ๒. พิจารณาปรับปรุงสินค้าสำคัญ ๆ ของประเทศ

               ๓. ส่งเสริมราษฎรให้นิยมอาชีพการค้า และหาช่องทางให้ราษฎรได้ทำการค้ามากขึ้น

               ๔. หารายได้เข้าสู่ประเทศ

               ๕. สร้างโรงงานบางอย่างขึ้น เพื่อทำวัตถุดิบภายในให้สำเร็จรูป และเพื่อสนับสนุนวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วให้เจริญอยู่หรือให้เกิดเพิ่มขึ้น

               ๖. แก้ไขการขนส่งทางบก ทางน้ำ ให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พิจารณาหาทางออกให้แก่สินค้าหลาย ๆ ทาง ตลอดจนนำสินค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศ

               ๗. ส่งเสริมสมรรถภาพของการรถไฟ

               ๘. ขยายการสื่อสาร และให้ความสะดวกสำหรับการนี้มากขึ้น

               ๙. จัดหาตลาดให้แก่สินค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ

               ๑๐. เพาะปลูกนิสัยออมทรัพย์ให้เกิดแก่ราษฎร

    หลักการศึกษา

               ในการจัดการศึกษานั้น รัฐบาลจะได้ให้การศึกษาเพื่อยังผลให้เกิดการครองชีพสมควรแก่อัตตภาพและเป็นกำลังแห่งประเทศชาติตามแนวทางดังต่อไปนี้

               ๑. สามัญศึกษาจะได้พยายามจัดให้การศึกษาภาคบังคับให้ขยายแผ่ออกไปตามความประสงค์ของพระราชบัญญัติประถมศึกษาและเร่งรัดคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นด้วยการบำรุงอุปกรณ์ของโรงเรียนและฐานะแห่งครูในภาคนอกบังคับก็จักได้จัดให้มีการศึกษาถึงมัธยมบริบูรณ์ทั่วทุกจังหวัดรัฐบาลจะได้สนับสนุนโรงเรียนราษฎรให้ทวีขึ้นทั้งจำนวนและคุณภาพตามแผนการศึกษา

               ๒. อาชีวะศึกษาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง รัฐบาลจะได้จัดให้มีสถานศึกษาการอาชีพประเภทต่าง ๆให้เป็นปึกแผ่นตามความเหมาะสมแก่ท้องถิ่นตามลำดับความจำเป็น โดยหนักไปในทางปฏิบัติ

               ๓. การศึกษาภาคผนวก รัฐบาลจะได้จัดให้ผู้ที่ไม่รู้หนังสือได้รับการศึกษาจนอ่านออกเขียนได้ และเข้าใจหน้าที่ของพลเมือง

               ๔. จะปรับปรุงอุดมศึกษาให้มีจำนวนและคุณภาพยิ่งขึ้น จะจัดให้มีแผนกวิชาเพิ่มขึ้นตามความจำเป็น

               ๕. จะได้จัดให้การพลศึกษาแพร่หลายในโรงเรียนทั่วไปตลอดจนประชาชนและให้ผลแห่งการพลศึกษานี้ได้เป็นประโยชน์ทั้งทางกายและทางใจ

               ๖. จะรักษาและส่งเสริมศิลปกรรมของไทย เพื่อให้เป็นที่เชิดชูเกียรติและวัฒนธรรมของชาติและจะใช้ศิลปกรรมเป็นอุปกรณ์ในการอบรมประชาชนทั้งในทางความรู้และคุณภาพทางใจจะใช้ศิลปกรรมให้เป็นอุปกรณ์การเศรษฐกิจแห่งชาติ

               ๗. ในทางศาสนา จะได้ปรับปรุงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ให้สมแก่กาลสมัยและจะอุปถัมภ์การศาสนาตามความประสงค์แห่งรัฐธรรมนูญ

               ๘. เพื่อส่งเสริมศีลธรรมของประชาชน รัฐบาลจะได้ปลูกฝังหลักธรรมและแนววัฒนธรรมตั้งแต่เยาว์วัย และดำเนินการขจัดเหตุที่ก่อให้เกิดการละเมิดศีลธรรมในยุวชน

               ๙. จะส่งเสริมให้ได้ผลในสมรรถภาพทั้งฝ่ายวิชาการและฝ่ายธุรการ เพื่อให้การศึกษาดังกล่าวแล้วบรรลุถึงจุดหมายโดยเร็ว

               ประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้าไปตามแผนนโยบายที่แถลงมานี้ได้ ก็ด้วยอาศัยกำลังเงิน กำลังคนและความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างประชาชนชาวสยามทั้งมวล นับแต่องค์พระประมุข คณะสงฆ์ ข้าราชการตลอดจนอาณาประชาราษฎร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ได้รับมอบหมายให้มาช่วยกันบำรุงชาติให้เจริญรุ่งเรืองในวิถีรัฐธรรมนูญรัฐบาลจึงขอความช่วยเหลือร่วมมือของสภาผู้แทนราษฎร ตามแผนนโยบายที่แถลงมานี้ และขอความไว้ใจของสภาผู้แทนราษฎรตามความในมาตรา ๕๐
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามด้วย

*รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๓/๒๔๘๐ (สามัญ) สมัยที่ ๒ ชุดที่ ๒  วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ หน้า ๒๔ – ๓๔