MENUMENU

ลำดับความเป็นมาของคณะรัฐมนตรีไทย


คณะที่ ๑๕ (๒๔ มีนาคม ๒๔๘๙ – ๑๑ มิถุนายน ๒๔๘๙)

นายปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๔๘๙ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เป็นผู้ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศ พระยามานวราชเสวี (ปลอด ณ สงขลา) ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๔๘๙ มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ดังนี้

รายชื่อคณะรัฐมนตรี

๑. พลโท จิระ วิชิตสงคราม

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

๒. นายปรีดี พนมยงค์

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

๓. นายดิเรก ชัยนาม

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

๔. นายทวี บุณยเกตุ

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ

๕. พระยาสุนทรพิพิธ (เชย มัฆวิบูลย์)

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

๖. นายสงวน จูทะเตมีย์

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

๗. นายสพรั่ง เทพหัสดิน ณ อยุธยา

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

๘. หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

๙. พันเอก ช่วง เชวงศักดิ์สงคราม

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

๑๐. หลวงชำนาญนิติเกษตร (อุทัย แสงมณี)

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

๑๑. นายเดือน บุนนาค

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

๑๒. นายวิจิตร ลุลิตานนท์

เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

๑๓. ขุนระดับคดี (ปัญญา รมยานนท์)

เป็นรัฐมนตรี

๑๔. นายวิโรจน์ กมลพันธ์

เป็นรัฐมนตรี

๑๕. พันเอก ทวน วิชัยขัทคะ

เป็นรัฐมนตรี

๑๖. นายอิ้น บุนนาค

เป็นรัฐมนตรี

ประกาศเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๔๘๙

คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๔๘๙ และได้รับความไว้วางใจในวันเดียวกัน

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีคณะนี้ ปรากฎในหนังสือราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. ๒๔๘๙ เล่ม ๖๓ ตอน ๑๖ หน้า ๓๗๐

หมายเหุต คณะรัฐมนตรีคณะนี้สิ้นสุดลง เพราะเหตุที่ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๔๘๙ และตามมาตรา ๙๕ แห่งรัฐธรรมนูญนั้นบัญญัติให้คณะรัฐมนตรีซึ่งบริหารราชการแผ่นดินอยู่ก่อนวันใช้รัฐธรรมนูญนี้ อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินการไปจนกว่าจะได้ตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นใหม่ เมื่อได้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกพฤฒสภา และเลือกซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ได้มีการเปิดประชุมสภาทั้งสอง ต่อจากนั้นก็จะได้ดำเนินการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีต่อไป
คณะรัฐมนตรีชุดเก่าจึงต้องออกไปตามวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้กราบถวายบังคมลาออกตามระเบียบ ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๙